วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ถึงเพื่อน+วันเรียนจบ

น้ำตานี้มีไว้มอบให้เพื่อน
มิรางเรือนแม้ทางห่างเพียงไหน
ให้รู้ว่าถึงจะใกล้หรือไกล
กำลังใจเรายังมีให้กัน(ส่งถึงกัน)


เชื่อพรุ่งนี้วันดียังมีเพื่อน
ย้ำคอยเตือนให้ก้าวไม่ถอยหนี
เราจำจากแยกทางแค่วันนี้
แต่สิ่งดีหามีเรือนจากใจ
เพื่อนคือเพื่อนตลอดกาลเวลา
ทางข้างหน้าหกล้มขอยืนได้
ขอให้เพื่อนรู้ว่ายังมีใคร
เป็นแรงใจเดินไปพร้อมพร้อมกัน
จากเพียงกายหัวใจใช่จากจร
ขออวยพรร้อนหนาวไม่หวาดหวั่น
ให้เข้าใจสู้ไปอย่างมุ่งมั่น


วันเดือนผ่านเพียงชั่วระยะหนึ่ง
ก็มาถึงวันนี้วันสุดท้าย
ที่ต้องจากพรากทางเดินข้างกาย
เพื่อแยกย้ายทำฝันของตัวตน
แต่หาใช่สุดท้ายมิตรภาพ
เพียงรู้ทราบจะส่งใจไปทุกหน
ว่าเพื่อนยังมีฉันอยู่ทั้งคน
อย่าสับสนอดทนเถอะพื่อนยา
อธิษฐานขอพรให้เพื่อนสุข
ล้มลงทุกข์จะไปช่วยรักษา
ก้าวพร้อมกันสู่ฝันวันข้างหน้า
พร้อมศรัทธาคำว่า"เพื่อน"เรามีเรา

ทำไปเรื่อย

เปลี่ยนความรักส่งเป็นความคิดถึง
เปลี่ยนจากหนึ่งกระจายเป็นหมื่นแสน
เปลี่ยนลมฟ้าฝากไปเป็นตัวแทน
ว่าอ้อมแขนฉันยังปลอบโยนเธอ


อยากจะโทรหาเธอเพราะคิดถึง
เพียงคำหนึ่งได้ยินก็ชื่นหู
อยากจะส่งใจไปเคาะประตู
อยากได้อยู่ในห้องหัวใจเธอ


ด้วยคิดถึงทรามวัยใจแทบบ้า
ดุจปักษามิอาจโผผกผิน
ดุจปลาน้อยขาดน้ำไหลรวยริน
อยากได้ยินเสียงเธอแทบขาดใจ


ฝนยะเยือกโปรยปรายพรายพัดหนาว
ดุจเรื่องราวท้าวความตามรักนั่น
ก่อนมิเคยมีซักคนเคียงข้างกัน
วอนเธอนั้นคู่ฉันได้ไหมเอย


เสียงเม็ดฝนหยดลงหลังคาบ้าน
ไหลลงธารสู่นทีทั้งน้อยใหญ่
แต่ตัวฉันหาได้อยู่คู่กับใคร
มีบ้างไหมคนที่พิจารนา


ลมฝนปรอยร้อยใจที่หนาวเหน็บ
ต่างชุนเย็บตะเข็บใจแล่นเข้าหา
คนไร้คู่ผู้เหงาใจใกล้เขามา
เสริมคุณค่าเพิ่งรักให้แก่กัน


เธอที่รักพักนี้อยู่ดีไหม
เจ็บป่วยไข้อย่างไรบอกทีหนา
เพราะวันนี้ฝนตกโปรยลงมา
ห่วงเธอว่าจะไม่ค่อยสบาย

วกวน

เกิดมีแก่เจ็บตายธรรมดา
ใครรักษาให้อยู่จีรังได้
หากแต่ทำจารึกตรึงตราไว้
สร้างสิ่งใดสลักในโลกา

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ถึงเธอ

อยากจะเอา นิ้วก้อย เกี่ยวก้อยเธอ
อยากจะเผลอ พร่ำรักเธอ มิเปลี่ยนผัน
อยากจะจับ ใจเรา มาผูกกัน
อยากมีวัน ที่ฉัน ได้คู่เธอ


เพ้อฉันเพ้อ ฝันถึง ตรึงพินิจ
คิดฉันคิด ถึงเธอ มิห่างหาย
รักฉันรัก เพียงเธอ มิเสื่อมคาย
แม้ชีพวาย ยอมตาย ได้เพื่อเธอ


ด้วยรอยยิ้ม สำเนียง เสียงสยาม
เรียงร้อยความ ทำนอง พ้องถ้อยเสียง
ตรึงจับขั้ว หัวใจ โดยพร้อมเพรียง
สุดจะเลี่ยง มิให้หลง ในตัวเธอ


ร้อยรอยยิ้ม พิมพ์ใน ฤทัยพี่
แสนยินดี เพียงเธอ ส่งยิ้มหวาน
สะกดตรึง ตราใจ ไว้เนิ่นนาน
ตลอดกาล ขอจำ แต่ภาพเธอ


ดุจดวงดาว พราวพร่าง กลางฟากฟ้า
เปรียบดารา ระยิบ กระพริบแสง
ทอความงาม ล่ามใจ ไร้เรี่ยวแรง
สวยทิ่มแทง คือเธอ ที่รักเอย


ปลายผมปลิว พริ้วพลอย ลอยลมเบา
ทิวลำเนา แห่งรัก ก้องประสาน
เนตรสำผัส แสงศิลป์ กู่กังวาล
ดุจตำนาน งามจริง ยิ่งในเธอ

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2551

หน้าเนื้อจิตอสุรา

ถ้อยแถลงกล่าวว่าสมานฉันท์

สัปดาห์ผันคนนั้นก็เริ่มเปลี่ยน

อำนาจมีในมือถือเสถียร

จึงร่ายเรียงแผนการผลาญผู้คน

จากหน้ายิ้มซ่อนในด้วยใจยักษ์

เพื่อพิทักษ์ปกปักสมัครผอง

ร่ายคำสั่งแตกหักประชาปรอง

สู่สยองโศกนาฏกรรมไทย

จากผู้เปรียบดุจเทพชั้นเทวา

เพียงมารยาเพื่อครองเขตคูขันต์

ตัวไม่อยู่ส่งเสียงดุจไฟกัลป์

เผาผลาญพลันชาติทรุดวิบัติเอย

ก้าว

ปลายทางอาจมิสม
ดังอารมณ์ที่มุ่งหมาย
แต่รู้ได้ลงลาย
มิเสียหายถ้าได้ทำ

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ถ้อย

อยากท่องไปในดินแดนวรรณกร
เรื่องราวสอนจ่ายข่าวรู้หลากมากสม
เปิดตาจิตดวงใจให้ได้ชม
ได้รื่นรมชมชื่นล้านขานเรียง
เพียงนิ่งนิดสงัดจิตเพรียกสัมผัส
กังวาลขับถ้อยข้อทออาศัย
ถ้วงทำนองมูลคำสัมผัสใน
ก่อวลีเรียงใหม่ห้วงร้อยกลอน